สวัสดีครับเพื่อนเพื่อน
เนื่องจากรถ 2 รุ่นนี้การที่เป็นรุ่นที่มีผู้คนสนใจกันเป็นจำนวนมาก คิวจองรถยาวเหยียดนานร่วมหลายเดือน จีงคิดว่าน่าจะเขียน review ที่เป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่กำลังมอง 2 รุ่นนี้อยู่ เผื่อจะเป็นการช่วยตัวสินใจได้ว่า เราชอบรุ่นไหน หรือรุ่นไหนเหมาะกับเรากันแน่
review นี้เขียนโดยไม่มีอคติใดใดกับแบรนด์ เนื่องจากทั้ง 2 คันนี้เป็นรถที่บ้านผมเอง ใช้เอง ขี่เอง ดังนั้นขอ
พูดตามความรู้สึกตรง ๆ ทั้งข้อดี และข้อเสีย ไม่มีศัพท์เทคนิคลึก ๆ ยาก ๆ จุดประสงค์จึงเพื่อนำมา "แบ่งปัน" มิใช่ "แบ่งแยก"
เพราะฉะนั้น "กรุณาอย่าคอมเมนท์เถียงกันไปมา" แบบหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ขอไว้ล่วงหน้าเลยครับ
Ducati Monster 795 ราคา 399,990 บาท
ความจุกระบอกสูบ 803 CC

Kawasaki ER-6n ราคา 250,000 บาท
ความจุกระบอกสูบ 650 CC
รูปลักษณ์เทียบกันโดยรวมมุมมองด้านหน้า

กระจกมองข้างขอบอกว่าดูขัดตา และมุดในเมืองยากเป็นที่สุด "ทั้งคู่" (พอดี ER-6n น้องผมถอดเปลี่ยนออกแล้ว ขออภัยครับ) เพราะความสูงของกระจกพอดีกับกระจกมองข้างรถยนต์เลย "ทั้งคู่" ใครใช้งานในเมืองและชอบมุดแนะนำให้เปลี่ยนซะ
ไฟหน้า M795

ไฟหน้า ER-6n

ถ้าชอบไฟหน้าทรงเรียบ ดูได้นานตา คงต้องบอกว่า M795 แต่ถ้าชอบแบบแฟชั่นดูดุดัน อันนี้ต้องยกให้ ER-6n
มุมมองด้านข้าง

M795 เป็นเฟรมลายถักเอกลักษณ์มาช้านาน พร้อมตัวถังดีไซน์แบบมีรูหายใจ เบาะนั่งเป็นแบบชิ้นเดียวต่างระดับ นั่งสบายพอใช้แต่งานประกอบเบาะขอบอกว่า "ไม่ผ่าน" ย่นบ้าง ไม่ย่นบ้าง คันของผมปาดโฟมแหว่งนิดนึงด้วย ใครมีปัจจัยพอแนะนำเปลี่ยน Touring Seat สวยกว่าและสบายกว่ากันชัดเจน!!! (ทำดีมาทั้งคัน แต่ตกม้าตายที่เบาะ ไม่เข้าใจ)
ER-6n เป็นเฟรมแบบใหม่ดูคล้ายท่อคู่ ดีไซน์แบบเดียวกันยันสวิงอาร์ม พร้อมเบาะนั่ง 2 ชิ้นแยกกัน นั่งสบายทั้งคนขี่และคนซ้อน ถ้าเทียบกันเฉพาะเรื่องเบาะ ER-6n ชนะขาดลอย
มุมมองด้านหลัง

ถ้ามองจากด้านหลังของเจ้า ER-6n ดีไซน์ถังน้ำมันทรงประหลาดของมัน (ผมว่าเหมือนอูฐ) ดึงจุดสนใจด้านท้ายรถไปจนหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นสีขาว (ไม่เชื่อลองไปหาคันจริง แล้วยืนดูที่ท้ายรถได้)
ส่วนเจ้า M795 นั้นโดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่ ยิงออกด้านหลัง คันไหนวิ่งตามมาก็รับแรงดันไปเต็ม ๆ เป็นลูก ๆ
มันสวยกันคนละแบบครับ คันหนึ่งเป็นดีไซน์รถญี่ปุ่น คันหนึ่งเป็นดีไซน์รถยุโรป อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ตัดสินกันเอาเองตามความรู้สึกที่สมองแปลออกมานะครับ แต่เท่าที่สังเกตุจากการจอดไว้คู่กันหน้าบ้านคือ จะมีคนแวะเดินเข้ามาถ่ายภาพเจ้า M795 มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดครับ
มิติของรถจากการที่ได้สัมผัสต้องขอบอกว่า ER ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด จอดถ่ายรูปด้วยกันอย่างกับพี่ชายคนโต ใครชอบฟีลลิ่งรถคันใหญ่น่าจะชอบ ER-6n ส่วนใครบอกขอแบบกระทัดรัดหน่อยผมว่า M795 ครับ
ทรงตัวถังที่ "เด่นเกิน" อย่างที่บอกครับ มันโล่งเกินไป ถ้ามีลายคาดเพิ่มน่าจะทำให้ดูลงตัวกว่านี้

ตัวถังทรงกระทัดรัดของเจ้า M795

จากการลองขับขี่ แฮนด์ของเจ้า M795 กว้างกว่า ER-6n ชัดเจน!!! ขี่ปุ๊ปรู้สึกได้ทันที กว้าง ๆ ถามว่าดีไหม ตอบว่าดีสำหรับคนชอบท่านั่งที่สวย แต่ขับในเมืองแล้วมุดค่อนข้างยาก ยิ่งรวมกระจกมองข้างเข้าไปด้วย จบข่าวทันที
วิธีแก้ไข: เปลี่ยนแฮนด์ครับ ผอมหรืออ้วนก็ได้ สบายขึ้นแน่นอน
ส่วนแฮนด์ติดรถของเจ้า ER-6n ผมว่าความกว้างกำลังดี สีสันโอเค มุดง่ายคล่องตัวครับ จะมีให้ติก็ตรงพลาสติกปลายแฮนด์ยาวไปหน่อยเท่านั้นเอง
ซูมแฮนด์ ER-6n

สังเกตุได้เลยว่าแฮนด์ ถูกช่อนอยู่หลังบริเวณหลังเรือนไมล์ แปลว่าน่าจะเปลี่ยนแฮนด์อ้วนไม่ได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ หรือถ้าได้ก็คงยาก
เรือนไมล์ ER-6n

วัดรอบเป็นอนาล๊อก ความเร็วและอื่น ๆ เป็นดิจิตอล บนหน้าปัดสีฟ้าสดใส ดูล้ำดีครับ สามารถปรับโหมดได้จากปุ่มสองข้าง ซ้าย-ขวา บนตัวหน้าปัดเองครับ สามารถเซ็ททริปได้ 2 ทริปครับ
ซูมแฮนด์ M795

แฮนด์ติดรถโครเมียมยังกับแฮนด์จักรยานแอลเอ (เหมือน 696 เป๊ะเลย) ถ้าเปลี่ยนจะสวยขึ้นอีกเป็นกอง
เรือนไมล์ M795

จะวัดรอบ วัดความเร็ว หรือวัดอะไรก็ตาม มาแนวดิจิตอลทั้งหมดครับ สามารถปรับโหมดต่าง ๆ ได้จากประกับมือด้านซ้าย ข้อเสียที่เจอคือ ตัวเซ็ดทริปเดินทาง ของ M795 เซ็ตได้แค่ทริปเดียวเท่านั้น แต่ข้อดีที่ ER-6n ไม่มีก็คือ ตัววัดไฟแบตเตอรี่ครับว่ามีไฟอยู่มากหรือน้อย มีประโยชน์ดีทีเดียวครับสำหรับการเช็ครถก่อนออกเดินทาง
ประกับซ้ายของ ER-6n

ปั้มคลัชต์เป็นปั้มสายครับ ไม่ได้รู้สึกหนักอะไรมากมาย แต่ก็ไม่นิ่มเท่าคลัชต์นำ้มันแน่นอน แต่สิ่งที่ประเสริฐมาก 1 อย่างที่ M795 ไม่มีคือ "ปุ่มไฟฉุกเฉิน" ไอ้เจ้าปุ่มสีแดงนั่นแหละครับ (ปี 2012 แล้วคร้าบบ Ducati ผมว่าปุ่มนี้ควรมีติดรถคร้าบบบ)
ประกับซ้ายของ M795

คลัชต์น้ำมันนุ่มมือมากมาย ส่วนปุ่มที่อยู่ข้างไฟสูงไฟต่ำคือ ปุ่มปรับโหมดของหน้าจอดิจิตอลครับ ข้อดีของการที่ปุ่มอยู่ตรงนี้คือ คนขับไม่จำเป็นต้องละมือมากดที่หน้าปัดเพื่อเปลี่ยนโหมดเหมือน ER-6n ครับ
รูกุญแจ ER-6n

รูกุญแจ M795

จากภาพไม่ต้องโกหกก็ดูรู้ครับว่าความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของแบรนด์ยุโรปมีสูงกว่า ด้วยการใช้สีขาวบนตัวหนังสือเพื่อให้อ่านง่าย ทั้ง 2 คันมีฟังค์ชั่นที่เหมือนกันอย่างนึง คือ การบิดกุญแจอีกหนึ่งจังหวะหลังล๊อคคอเพื่อเปิดไฟหรี่ของรถครับ แต่สิ่งที่ M795 มีมากกว่าอีกนิดก็คือ สามารถหน่วงเวลาให้ไฟหน้าปิดในเวลาที่กำหนดได้ด้วยครับ
รายละเอียดเล็กน้อยของเจ้า M795 ที่อยากให้สังเกตุกันอีกที่ก็คือรูกุญแจ ตรงไหนบนรถที่รูกุญแจเสียบได้ ตัวรูกุญแจจะถูกแต้มด้วยสีแดงครับ ลองสังเกตุกันดู
ฝาถังน้ำมัน ER-6n

ฝาถังน้ำมัน M795

ก็เรียบ ๆ ครับจะต่างกันก็ตรงที่มีปะยี่ห้ออันโด่งดังเอาไว้ แล้วซ่อนน๊อตนั่นเอง
ข้อดีของ ER-6n คือ "ไม่มีลุ้นครับ" ซัดมาเต็มเหนี่ยว หยุดจอด เปิดฝาถัง...........เงียบกริบ
M795 ซัดมาเท่ากัน เปิดฝาถัง............ป๊อป (แอบมีเสียงออกมาให้ลุ้นกันสนุกสนุก) แต่เท่าที่ขับมาในเมือง ในสภาพอากาศร้อนตับแตกของกทม. ความร้อนสูงสุด 4 ขีด ก็ไม่เคยมีอาการ "ปลาวาฬพ่นน้ำ" แต่อย่างใดครับ
อีกหนึ่งจุดควรเช็คสำหรับเจ้าของ M795 คือ น๊อตรอบฝาถังน้ำมันครับ ของผมหมุนมาไม่แน่นถึง 3 ตัว ดูกันดีดีนะครับ (Ducati ครับ ถ้ามาอ่านกรุณาปรับปรุงครับ)
รูปทรงครี่งท้าย ER-6n

รูปทรงครึ่งท้าย M795

ไม่รู้ว่า ER-6n จะถังใหญ่ไปไหน และพื้นที่โล่งค่อนข้างเยอะ M795 ดูจะดีไซน์ได้ลงตัวกว่า "แต่" สังเกตุกันดีดี ER-6n มีมือจับสำหรับคนซ้อนติดรถมาให้ด้วยนะครับ ถ้าเป็น M795 ล่ะ? เหอะ เหอะ ต้องซื้อเพิ่มครับผม
ระบบเบรค ER-6n

มาพร้อมจานคู่สวยงาม พร้อมเบรค tokico ข้างละ 2 สูบ (บีบจานด้านเดียว) เวลาขับเบรค "เอาอยู่" แต่มีอาการ "ไม่จิก" ชัดเจน แต่พอให้อภัยได้เพราะมีระบบ ABS ติดรถมาให้เลย แจ่มมากก !!!
ระบบเบรค M795

ติดรถมาด้วยจานคู่ พร้อมเบรค Brembo ข้างละ 4 สูบ เวลาขับขอบอกว่ามั่นใจได้ เบรคยอดมาก แต่อย่าเผลอบีบแรงจนล้อล๊อคนะครับเพราะดันไม่มี ABS ติดรถมาให้ด้วย (เช่นเดิม ปี 2012 แล้วครับ Ducati ยี่ห้ออื่นมีติดรถกันเกือบหมดแล้วครับ)
โช๊คหน้า ER-6n

มองจากข้างหน้าเหมือนหัวกลับ เลยต้องหักคอให้ดูกันจะจะว่า "KYB หัวไม่กลับ" นะครับ
โช๊คหน้า M795

โช๊ค Marzocchi หัวกลับชัดเจน
ระบบโช๊คอัพ ER-6n เนียนมากครับ เวลาเจอหลุมเจอบ่อบนถนนบ้านเรา โช๊คอัพให้ระยะการยุบที่ดี นิ่ม ขี่แล้วไม่เมื่อยล้าจากแรงกระแทก เวลา "ลองอัด" ก็ไม่ยุบตัวจนรู้สึกโคลงเคลง พอดีกับ 650cc แล้วครับ
ในทางกลับกัน หากใครได้ลองเจ้า M795 ด้วย จะบอกได้เลยครับว่า โช๊คมันก็ไม่ได้นิ่มมากนะแต่ "การสื่อสาร" ระหว่างรถกับคนขี่นี่ ผมถือว่าเยี่ยมสำหรับรถโช๊คอัพติดรถ ลงหลุมไหนบ่อไหนนอกจากจะไม่กระแทกแล้ว คนขี่สามารถรับรู้ขี้นมาได้ที่มือเลยว่าสภาพถนนเป็นอย่างไร เวลาที่ "อัดหนัก" ก็ยังให้ความรู้สึกมั่นใจใน balance ของตัวรถได้ดี
สรุปโช๊ค M795 สุโค่ยกว่า ER-6n แน่นอน ถ้าไม่เชื่อผม......ไปลองหาขี่ดูซะ จะได้เข้าใจ!!!
ด้านการเก็บงานสาย การประกอบ ดูกันเอาเองตามภาพเลยครับ มีอีกหนึ่งอย่างที่อิตาลีเค้าให้มาดีกว่า คือสายเบรค เป็นสายถักมาเลยทั้งคันครับผม
ด้านข้าง ER-6n

วางโช๊คไว้ข้างตัวรถ ทำให้ดูเด่นสวยงามมากก ดีไซน์สวิงอาร์มทรง "ท่อคู่" เหมือนเฟรมรถ ดูแปลก ไม่เหมือนใครดีครับ
พักเท้า ER-6n ตลกอยู่อย่าง ถ้าใครลองจับแล้วโยกดูจะรู้สึกว่ามันไม่แน่น โยกได้
ด้านข้าง M795

แม้ไม่ใช่ Single Side สวิงอาร์มแต่อย่างน้อยก็เป็นทรง MotoGP พออภัยได้
พักเท้า M795 แน่นหนาดีครับ ถ้าโยกที รถโยกด้วยทั้งคัน
พักเท้า ER-6n

พักเท้า M795

ผมเชื่อว่าความแตกในรายละเอียดปลีกย่อย มีส่วนทำให้ราคาของรถต่างกัน ถ้าสังเกตุภาพบนให้ดี ตัวพักเท้าของ M795 และแป้นเบรก ลายละเอียดและคุณภาพชิ้นงานทำออกมาได้ดูดีกว่า ER-6n จริง ๆ ตัวก้านเบรกยังต่างกันเล้ย
ลองดูที่เหยียบคนซ้อนก็ได้ ดูแข็งแรงกว่า ชัดเจน!!!
ของ ER-6n

ของ M795
การเข้าเกียร์ER-6n เกียร์จะเบา เข้าง่าย จากเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 (เวลางัดผ่านเกียร์ว่าง) ใช้ช่วงสั้น ๆ ขับสนุก รถพุ่งต่อเนื่อง
M795 เกียร์หนักกว่าแต่รู้สึก "แน่นได้ใจ" เวลาเข้าแต่ละเกียร์จะรู้สึกได้เลยว่ากระชับกว่า แน่นกว่า ให้ความมั่นใจกับคนขี่ได้ดีในความเร็วสูง ระยะทางงัดผ่านเกียร์ว่างกว้างกว่า ER-6n นิดหน่อย
ล้อหลัง เบรคหลัง สวิงอาร์มหลัง ER-6n

จานสวยกว่า M795 เบรคตัวเล็กแต่ไว้ใจได้ สวิงอาร์มทรงแปลกตา แต่ล้อนี่สวยกว่า M795 เยอะครับลายยังกับ Marchesini
ล้อหลัง เบรคหลัง สวิงอาร์มหลัง M795

จานและเบรคของ brembo ทั้งเซ็ท สวิงอาร์มทรง MotoGP แต่ล้อกลับมาเป็น 3 แฉกที่เริ่มตกยุคแล้ว
ท่อไอเสีย ER-6n

ตลกที่ 1: ท่อ full system ออกโรงงาน!!! ที่ว่า full เพราะถอดเปลี่ยน slip on ไม่ได้!!!
ตลกที่ 2: น้ำหนักท่อไอเสีย 10 กว่ากิโล แหมม น้ำมันถูกเนอะ ทำไปได้
ซุ่มเสียง: รอบเดินเบาเงียบอย่างกับกระซิบกัน แต่อย่าบิดเกิน 6500 รอบนะ ดังอยู่
ความร้อน: จับไปมือพองแน่นอน ดีที่อยู่ใต้รถ ความร้อนขึ้นมาไม่ถึง
ท่อไอเสีย M795

ท่อคู่ พุ่งอัดหน้าคันที่ขับมาข้างหลังได้อย่างเต็มที่ มีมอก.ด้วย made in thailand ชัวร์
ซุ่มเสียง: ดังพอพอกับแมวตีกัน คือ ดังพอใช้ แต่ดังกว่า ER-6n แน่นอน เกิน 6500 รอบมีลั่น
ความร้อน: ติดเครื่องแป๊ปเดียวก็ร้อนแล้ว ร้อนมากด้วย ท่อติดรถไม่มีใยแก้วซักเส้น ระวังคนซ้อนขาพองหากขึ้นลงโดยไม่ระวัง (ในรูปเป็นท่อผ่า ช่วยให้ความร้อนหายไปมากกว่า 50%)
ไฟท้าย ER-6n

เป็น LED สว่างสดใส ใช้งานได้ดี แต่ระวังโดนหลอกว่าจำนวน LED จะเท่ากับรูที่เห็น ขอบอกว่าไม่จริง
ไฟท้าย M795

เป็น LED เช่นกัน แต่สว่างกว่า ER-6n แน่นอน (ลองกดเบรคเทียบกันตอนกลางคืนได้) 5 ดวงบนติดตลอด เห็นเป็นเส้นตอนกลางคืน 2 ดวงล่างติดเมื่อกดเบรค
สังเกตุในรูปดีดี จะเห็น "แม๊กซ์ที่ใช้เย็บเบาะ" โผล่มามองกล้องด้วย (เบาะงานแย่มากครับ ducati แก้ด่วน ๆ ๆ ๆ ๆ)
มุมมองด้านท้าย ER-6n

มุมมองด้านท้าย M795

ผมว่าบังโคลนหลัง ER-6n สวยกว่า ล้อหลัง? เล็กทั้งคู่ ยางขนาด 160 เท่ากัน M795 ท้ายจะดุดันกว่าก็เพราะท่อบาซูก้าคู่นี้นี่เอง (ผมไปปัดเงาปลายท่อมา มันจึงดูเงากว่าปกติ)
เจ้าของรถลองสังเกตุโช่หลังของตนเองดู M795 จะเห็นเป็นคราบสีขาวติดโช่ นั่นคือโช่โดนชุบสารหล่อลื่นมาทั้งเส้น ส่วน ER-6n จะเป็นจารบีฉีดมาให้วิ่งทีกระเด็นไปหมด
พละกำลัง- Naked 2 ตัวนี้แรงทั้งคู่ แรงที่ให้มามีมากพอสำหรับการใช้ในเมือง คนที่ไม่เคยจับรถ CC สูงมาก่อนควรทำความคุ้นเคยให้ดีก่อนออกไปซิ่งครับ
- Torque ของ M795 ดูจะดึงมากกว่านิดเดียว ตามCCที่สูงกว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร หากใช้แค่คันเดียวแล้วไม่ได้ไปนั่งจับผิดหรือเปรียบเทียบกันก็ไม่รู้สึกหรอกครับ
ความร้อน- ถ้ารถวิ่ง ไม่มีปัญหาทั้งคู่ ขี่หล่อทั้งคู่
- รถติดเมื่อไหร่ ER-6n "ขับอย่างชิล" ร้อนคืออะไร? รถรุ่นี้ไม่รู้จัก ยังกับไม่มีเครื่องยนต์ติดเครื่องอยู่งั้นแหละ สุดยอดจริง ๆ ขอคาราวะวิศวะกร Kawasaki 3 จอกครับ
- ในทางกลับกัน M795 เหมือนนั่งบนเตาเลย ย่างขาเลย ถ้ารถติดเกิน 60 วินาทีแนะนำดับเครื่องครับ ไม่งั้นกลับถึงบ้านได้ขาหมูย่าง 1 คู่
ท่านั่ง- M795 ท่านั่งโน้มไปด้านหน้ามากกว่า การขับขี่ควรจะ "หนีบถัง" ตลอดเวลา ถ้าไม่หนีบขับสักพักจะเมื่อยเนื่องจากน้ำหนักตัวถูกกดลงบนแขน และข้อมือตลอดเวลา แต่ไม่มากเท่าตัวสปอร์ตแน่นอน
- ER-6n นั่งชิลกว่าเยอะ หลังแทบจะตรง ท่านั่งสบายสุด ๆ ชิลมาก ๆ
- M795 แฮนด์กว้างกว่า ขับขับไปเวลาเลี้ยวไม่เท่าไหร่ แต่เวลา "มุด" ถ้าเยอะมีเมื่อยบ้างนะครับ
รูปทรง- ถ้าเป็นคนชอบรถมิติใหญ่ ดูโฉบเฉี่ยว หรือเป็นคนตัวใหญ่ ER-6n ดูจะเหมาะมาก
- ถ้าชอบงานดีไซน์ ชอบแบรนด์ ทรงกระทัดรัด ชิ้นงานรายละเอียดดี (ยกเว้นเบาะ) M795 ตอบโจทย์ได้
- เรียกสายตาคนทั่วไปบนถนน: เรียกได้ทั้งคู่นะผมว่า แต่ยอมรับ M795 เยอะกว่าจริงจริง (จอดไว้คู่กันคนจะถ่ายรูป M795 ครับ)
- น้ำหนักรถเปล่า ER-6n อยูที่ 200 กิโล ส่วน M795 อยู่ที่ 160 กิโลครับ ER ถ้าน้ำมันเต็มถัง เข็นกันกล้ามขึ้น
- รูปทรงขาตั้งรถ!!! อันนี้ลองไปสังเกตุกันดูเองนะครับ เวลายันขาตั้งข้างลง แล้วจะรู้ว่าอิตาเลียนดีไซน์เค้าเอาทุกรายละเอียดจริงจริง!!!
ค่าบำรุงรักษา- ถ้าคุณเป็นคน "ไม่แต่งรถเลย" แล้วคิดมากเรื่องค่าบำรุง ไปดู ER-6n ดีกว่าครับ
- แต่ถ้าคุณแต่งรถ ไม่ควรบ่นเรื่องค่าบำรุงรักษา เพราะเห็นแต่งกันเยอะกว่าค่าซ่อมบำรุงอีก (ท่อคู่เดียวราคาเกินค่าบำรุงไปแล้ว) Ducati อย่างมากก็กัดฟันเอาเข้าศูนย์ 3 ครั้งตอน 1000, 12000 และ 24000 โลแค่ 3 ทีเองเพื่อให้ไม่หลุดประกัน หลังจากนั้นซ่อมข้างนอกก็ได้ครับ เจ้าที่เก่ง งานดี + ราคาไม่แพง มีจริง ผมรับประกัน
- ค่าน้ำมันเต็มถังก็ 500+ เหมือนกัน ขับได้ 200 กิโลกว่า ๆ ใกล้เคียงกัน
ความคุ้มค่า- ถ้าถามว่า M795 ราคา 399,990 บาท กับ ER-6n ราคา 250,000 บาท ตัวไหนคุ้มกว่ากัน? ผมขอถามกลับว่าเอาอะไรมาวัดกันล่ะครับ? เพราะถ้ามองความคุ้มค่าในด้านราคาแล้ว ทั้ง 2 คันผมว่าสอบตกหมดเพราะ bigbike ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ไม่ดีเท่า scoopy i หรือ fino ด้วยซ้ำ
- ถ้าราคาต่างกันแค่นิดเดียวเหมือนที่ขายอยู่เมืองนอก ถามใจตัวเองดูครับว่าคุณจะเลือกคันไหนครับ ถ้าไม่หลอกตัวเองผมเชื่อว่ามากกว่า 90% เลือก M795 เพราะอยากลองแบรนด์ที่ไม่เคยมีโอกาสได้ลอง อาจมี 10% ที่เป็นสาวก Kawasaki ตัวจริง
- แล้วถ้า M795 ในเมืองไทยถูกจัดจำหน่ายโดย "ตระกูลอื่น" ผมก็เชื่อว่าราคา และค่าแรงจะไม่แพงเท่านี้
- ในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้ เราต้องยอมรับว่ายังไงมันก็คือ "ของฟุ่มเฟือย" ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นำมาใช้ตัดสินความคุ้มค่า คือ เรื่องของ "อารมณ์และความรู้สึก" ล้วน ๆ
- ราคาที่ต่างกัน 150,000 บาท M795 ได้อะไร?
> ความจุกระบอกสูบมากขึ้นอีก 150 CC
> แบรนด์กับประวัติความเป็นมาระดับโลก
> อิตาเลียนดีไซน์
> ความใส่ใจกับรายละเอียดชิ้นงานต่าง ๆ รอบคัน
> วัสดุที่มีคุณภาพดี (ยกเว้นเบาะ)
> เสียงที่เป็นเอกลักษณ์
- ถ้า list ที่ว่ามา "อารมณ์และความรู้สึก" ของคุณมองว่าคุ้ม 150,000 บาทที่เพิ่มขึ้นก็ถอย M795 ครับ แต่ถ้าใจคุณไม่ได้ต้องการ list ที่ว่ามา ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องเสียเงินเพิ่ม มันวัดกันที่คุณค่าด้านจิตใจล้วน ๆ
ผมว่าเท่านี้ คุณคงเลือกรถที่ใช่ได้แล้วล่ะ
อ่านแล้วชอบใจ ไม่ชอบใจ ขออภัย ณ ที่นี้ เขียนตามประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมาเองทั้งหมด ใครที่ดู 2 ตัวนี้อยู่ขอให้ได้รถที่ถูกใจนะครับ
ฝากรูปครับ










ที่มาโดยพี่ชายผมเองครับ^^
http://www.monsterclub-thai.com/board/index.php?topic=1305.0